ผ้าป่าไทย ดับไฟป่า ซ่อมวัดป่าออสเตรเลีย

 

โครงการทอด “ผ้าป่าไทย ดับไฟป่า ซ่อมวัดป่าออสเตรเลีย”

 

          

 

กำหนดการทอดผ้าป่า ในประเทศออสเตรเลีย วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2563

ณ วัดป่าสุญญตาราม บันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

กรุณากดที่นี่ เพื่อดูภาพเหตุการณ์ไฟป่าไหม้วัดฯ

          

 

  รายงานไฟป่าไหม้วัดป่าสุญญตาราม บันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

ไฟป่าครั้งที่ 1 วันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563

ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง ได้เรียกประชุมประชาชนในสามหมู่บ้านใกล้วัด เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งกำลังลุกลามอย่างหยุดไม่ได้ ในป่าสงวนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และทางเขตแดนระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเลีย ซึ่งเป็นเขตป่าขนาดใหญ่ และวัดฯก็ตั้งอยู่ในทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขตป่านี้

เป็นที่น่าสังเกตก่อนที่ไฟป่าจะเข้ามาถึงวัด คือ ต้นไม้พื้นเมืองชนิดหนึ่งของออสเตรเลีย ชื่อต้นแบงเซีย ซึ่งมีเปลือกต้นไม้หนาหยาบ และมีผลไม้เท่าลูกพุทธา แต่เปลือกผลไม้หนามาก ต้องอาศัยไฟป่าเผา จึงทำให้ผลไม้แตกออก และกระจายเมล็ดออกมาเพื่อแพร่พันธุ์

เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีตั้งแต่ก่อตั้งวัดป่าสุญญตาราม ที่เห็นต้นไม้แบงเซียในแนวป่าทั้งหมด แห้งกรอบ ตั้งแต่โคนจึงถึงใบ ทุกต้น ราวกับเตรียมรับไฟป่าอย่างเต็มที่ ปรากฏการณ์ครั้งนี้ ทำให้พระสงฆ์และคุณคิม มีความเห็นตรงกันว่า ไฟป่าจะต้องมาถึงวัดอย่างแน่นอนง

ในขณะนั้นทางวัดฯมีการอบรมกรรมฐานช่วงท้ายปี จึงต้องหยุดกระทันหัน และให้ประชาชนรีบกลับบ้าน พระสงฆ์และญาติโยม ช่วยกันเตรียมตัว ป้องกันไฟป่า ตามที่รัฐบาลได้แนะนำ เช่น ย้ายวัสดุที่ทำด้วยไม้ ออกจากผาผนังอาคารด้านนอก ย้ายต้นไม้ กวาดใบไม้กิ่งไม้รอบบริเวณบ้านออก เตรียมแผนหนีไฟ เตรียมอุปกรณ์การหลบไฟป่า เตรียมเครื่องปั่นไฟ เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ

แต่เมื่อไฟป่าได้ข้ามแม่น้ำในหุบเขาด้านหน้าของวัดฯ และเริ่มลุกลามใกล้วัดฯประมาณ 10 กม. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้ามาเตือนว่า ไฟป่าครั้งนี้รุนแรง เนื่องจากวัดฯตั้งอยู่บนเนินเขา ถูกห้อมล้อมด้วยป่า คิดว่า ไม่สามารถจะรักษาชีวิตได้ จึงแนะนำให้พระสงฆ์อพยพออกจากวัดฯ คุณคิมได้มีเมตตานิมนต์ให้พระทั้งสามรูป นกยูงหนึ่งตัว และแมวหนึ่งตัวไปพักที่บ้านทีเมืองมอสเวล ห่างจากวัดฯออกไป 30 กม ในวันที่ 29 ธค 2562

ทุกวันพระและคุณคิม จะเดินทางไปวัดฯ เพื่อทำงานเตรียมรับมือไฟป่า และให้อาหารและน้ำกับสัตว์ป่าที่มาอาศัยสวนในวัดเพื่อหลบไฟ เช่น วอมแบท จิงโจ้ นก ตกเย็นก็จะกลับไปจำวัดที่บ้านคุณคิม ในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ได้นำรถไถขนาดใหญ่เข้ามาขุดไถเป็นแนวกันไฟป่า ตลอดเขตของวัดฯ และเพื่อเตรียมให้รถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้ามาได้

เนื่องจากวัดป่าสุญญตาราม ตั้งห่างจากเมืองบันดานูนประมาณ 12 กม. จึงไม่มีน้ำประปา ต้องอาศัยแต่น้ำฝนแต่เพียงอย่างเดียว และประกอบกับ แล้งฝนมาหลายเดือน จึงต้องซื้อน้ำเป็นประจำ (คันรถละ 270 ดอลล่าร์) เพื่อใช้อาบ ดื่ม เลี้ยงผู้มาเข้ากรรมฐาน และเพื่อดับเพลิงด้วย

จนกระทั่ง เช้าวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563 ไฟป่าที่ลุกลามมาจากป่าสงวน มอร์ตอน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้มาถึงเขตป่าสงวนรอบ ๆ วัด พร้อมทั้งอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น และถูกกระพือด้วยลมจากทิศใต้ ทำให้ไฟป่าขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากเชิงเขาถึงยอดเขา ความร้อนจากไฟป่าทำให้ต้นไม้ที่แห้งอยู่แล้วติดไฟ เมื่อไฟป่าโหมเข้ามาจึงทำให้ต้นไม้ใหญ่น้อยในบริเวณป่าของเพื่อนบ้าน 3 หลัง ที่อยู่ใกล้วัดฯ เผาไหม้อาคาร สิ่งก่อสร้าง หลายหลัง และไฟได้ลามเข้าเขตที่พักสตรีของวัดฯ อย่างรวดเร็ว และความร้อนจากไฟป่าทำให้ และอาคารใหญ่ที่พักสตรี และกุฏิอุบาสิกาหลายหลังไหม้ละลายอย่างพลิบตา

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ทุ่มเทกำลังรถดับเพลิงกว่าสิบคันรถ จากหลายหน่วย  และพนักงานกว่า 60 ท่าน พยายามฉีดน้ำ แต่ไม่สามารถดับไฟป่าที่ร้อนแรงได้ จึงได้ขอให้เฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุด ทิ้งน้ำลงมาหลายเที่ยวบิน เพื่อสกัดไฟป่า มิให้ลุกลามเข้ามาในเขตศาลาปฏิบัติธรรม อุโบสถ พระเจดีย์ กุฏิพระ และอาคารใหญ่ที่พักอุบาสก ในเขตสงฆ์

ไฟป่ายังไม่ดับสนิท ลุกติดเป็นระยะในพื้นที่ป่าในเขตสงฆ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ผลัดเวียนเข้ามาฉีดน้ำดับไฟ และเฮลิคอปเตอร์ยังคงทิ้งน้ำดับไฟจากทางอากาศทุกวัน จนถึงวันที่ 12 มกราคม 2563 พระสงฆ์ได้รับอนุญาตให้กลับมาสำรวจดูความเสียหายของวัดฯ พร้อมทั้งคุณจักรกฤช กระจายวงศ์ท่านกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ และพระราชธรรมญาน  (เจ้าคุณย้อย) วัดพุทธรังษี สแตนมอร์

ในทันทีนั้นเอง ไฟป่าได้กลับลุกลามขึ้นมาอีกในเขตสงฆ์ พระสงฆ์และท่านกงสุลใหญ่ จึงได้รีบช่วยกันดับไฟก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาถึง

จากนั้นมา ไฟได้ลุกขึ้นเป็นระยะแทบทุกวัน เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ขนาด 2-3 คนโอบ สูงกว่า 20 เมตรหลายต้นที่ถูกไฟเผา แล้ว ล้มลงขวางถนน หรือติดไฟลุกในหุบเขา จึงต้องเรียกเฮลิคอบเตอร์ขนาดใหญ่มาทิ้งน้ำแทบทุกวัน แต่ไฟยังติดอยู่ที่โคนต้นไม้ และรากไม้ใต้ดิน แม้จะมีฝนโปรยลงมาบ้าง แต่ก็ไม่มากพอที่จะดับไฟได้อย่างสนิท

วันที่  15 มกราคม 2563 พระพรหมมุนี เจ้าอาวาสวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรรมการมหาเถรสมาคม พระเทพสีลาภรณ์ เจ้าอาวาส วัดป่าพุทธรังษี ลูเมียร์ และพระติดตาม ได้แวะมาเยี่ยมตรวจดูสภาพความเสียหาย พอตกค่ำไฟป่ากระพืออีกครั้งแต่ เจ้าหน้าที่สามารถดับได้ทัน และ 8 วันให้หลัง ไฟป่าลูกใหม่ได้มาอย่างไม่คาดคิด

ไฟป่าครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มค 2563 ขณะที่พระสงฆ์กำลังฉันภัตตาหารเพล เกิดไฟป่าในหุบเขาบริเวณหน้าวัด แต่ในทันใดลมได้เปลี่ยนทิศตลอดเวลา ประกอบกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่า 30 องศา ป่าไม้ที่แห้งแล้งจัด ในที่สุดลมร้อนที่เปลี่ยนทิศใหม่ ได้พัดมาอย่างรุนแรง จากอีกด้านหลังของวัดฯ ทำให้ไม้ที่ยังติดไฟอยู่ ปะทุขึ้น เกิดเป็น ไฟป่าใหม่ อีกระลอกหนึ่ง ถนนสายเดียวที่เข้ามาในซอยวัด ถูกตัดขาดด้วยไฟที่โหมท่วมจากป่าไม้ทั้งสองข้างของถนน และควันดำหนาทึบปิดกั้นเส้นทาง พระ 3 รูป โยม 2 ท่าน ไม่สามารถหนีออกจากวัดได้ จึงได้รีบพยายามช่วยกันดับไฟป่า แต่อันตรายจากต้นไม้หล่นทับ และควันไฟที่หนาทึบ จึงต้องเตรียมหลบเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพระเจดีย์หินทราย

ตลอดเวลากว่า 8 ชั่วโมงที่ถูกไฟป่าล้อมวัดอยู่  เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หลายคัน หลายหน่วย ได้พยายามดับไฟ ทั้งจากภาคพื้นดิน และอากาศ เฮลิคอปเตอร์ 3  ลำ ได้ระดมทิ้งน้ำจากอากาศลงมาตั้งแต่ เที่ยงจน สองทุ่ม นับเป็นจำนวน 60-80 เที่ยวบิน แต่ลมกระพืออย่างรุนแรง ไฟมาทุกด้านของป่าใหญ่ที่ล้อมวัด และได้เผาเสาไฟฟ้าขาด ไฟดับ กุฏิพระและโกดังเก็บวัสดุเครื่องมือก่อสร้างในเขตสงฆ์ทั้งหมด  เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครดับไฟบาดเจ็บสองท่าน จากกิ่งไม้ใหญ่ที่ถูกเผา หล่นทับ และถูกคลื่นความร้อนเผาจนขาดสติ เป็นลม

จนถึงเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถระงับไฟบนถนนได้ พระทั้ง 3 โยม 2 ท่านและแมวหนึ่งตัว ได้อพยพไปพักที่บ้านคุณคิมอีก เป็นครั้งที่ 2

แม้ขณะนี้ (จันทร์ 27 มกราคม 2563 )ไฟยังไม่ดับสนิท เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปิดถนนเข้าวัด ปิดถนนระหว่างสองเมือง และปิดเส้นทางรถไฟซิดนีย์แคนเบอร่า  เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามเผาป่าไม้ที่หลงเหลืออยู่ เพื่อตัดเชื้อเพลิง สะกัดกั้นมิให้ไฟลุกลามไปเผาหมู่บ้านอีก 3 แห่ง สะเก็ดไฟได้ลอยเข้ามาในเขตวัดฯ เนืองๆ พระภิกษุทั้ง 3 รูป จึงต้องคอยเดินตรวจป่าไม้ในเขตวัดตลอดวันและคืน

สัตว์ป่าหลายประเภท ได้ออกมาหากินบริเวณรอบพระเจดีย์ เพราะเป็นที่เดียวที่ยังมีสนามหญ้าเล็ก ๆ เหลืออยู่ พระและญาติโยมจึงต้องนำน้ำ ผัก ผลไม้ ออกมาโปรยในราวป่าอยู่เสมอทุกวัน

สรุป

เนื่องจากวัดป่าสุญญตาราม บันดานูน อยู่ห่างไกลจากเขตชุมชนคนไทยในซิดนีย์และแคนเบอร่า ปกติจะไม่มีการรับสังฆทาน การทำบุญประจำเดือน หรือการทำบุญตามประเพณี และกิจนิมนต์อื่น ๆ และไม่มีเงินสนับสนุนจากกองทุนใด ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  ได้แต่อาศัยปัจจัยในตู้บริจาค อันมีจำนวนจำกัด เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในวัด ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจ้างช่างไฟ ช่างปูน ช่างไม้ ช่างหิน ฯลฯ

ฉะนั้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การก่อตั้งวัดฯ เมื่อปีพ.ศ. 2533 คณะสงฆ์ของวัดป่าสุญญตาราม บันดานูน ร่วมกับอาสาสมัคร ทำงานนวกรรม ก่อสร้าง บูรณะ ปฏิสังขรณ์ ศาสนสถานด้วยตนเอง  และใช้วัสดุมือสอง ที่เขาเหลือใช้ หรือทิ้งแล้ว ในการสร้างกุฏิเสนาสนะ นิทรรศการประวัติศาสตร์พุทธศาสนา สวนธรรมะ อุปกรณ์สื่อธรรมะสำหรับวิปัสสนาภูมิ ฯลฯ  ทีละเล็ก ทีละน้อย

กิจกรรมเดียว และสำคัญที่สุดของวัดป่าสุญญตาราม คือ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยการจัดอบรมกรรมฐานประจำเดือน เป็นธรรมทาน ให้กับประชาชนผู้สนใจนานาชาติ เป็นจำนวน 50-60 ท่านในแต่ละเดือน ผลที่ได้รับเป็นที่ประทับใจ ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดี จำนวนผู้ปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นทุกเดือน

ไฟป่าทั้งสองครั้งได้เผาพื้นที่ของวัด 190 ไร่ คิดเป็น 3 ใน 4 ส่วนของวัด เหลือเฉพาะแต่พื้นที่ตรงกลาง 60 ไร่อันเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ อุโบสถ ศาลาสวดมนต์ ห้องครัว

การที่อาคารที่พักในเขตสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา และเขตปฏิบัติธรรม ถูกไฟป่าเผาไหม้ ทำให้ทางวัดป่าสุญญตาราม ไม่สามารถให้การช่วยเหลือประชาชน ทางด้านจิตภาวนาได้ ทั้งที่ในขณะนี้ชาวออสเตรเลียนหลายคนกำลังมีความเครียด กังวล ทุกข์อย่างหนัก เกือบทั่วประเทศ จากภาวะวิกฤติของไฟป่าในครั้งนี้ และต้องการความช่วยเหลือด้วยธรรมะ และการทำจิตภาวนามากกว่าเดิมเสียอีก

 กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อดูรายงาน ภาพถ่าย ไฟไหม้วัดฯ

ความเสียหายด้านสิ่งก่อสร้าง ทรัพย์สิน และชีวิต จากไฟไหม้ครั้งที่ 1

  1.  พระภิกษุ 3 รูป ปลอดภัย เพราะได้อพยพ ไปพักที่บ้านคุณคิม แมคสวีนีย์ ตั้งแต่วันที่ 29 ธค 2562 –12 มกราคม 2563 (และ 23 -25 มกราคม 2563 ในครั้งที่ 2 )
  2.  อาคารใหญ่ ที่พักของสตรี (ขนาด 20-30 เตียง) 1 หลัง  กุฏิอุบาสิกา 3 หลัง ศูนย์จิตอาสา 1 หลัง ถูกไฟไหม้หมด และกุฏิที่พักสตรีอีก 5 หลังได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถใช้เป็นที่นอนได้
  3.  แท็งก์เก็บน้ำฝน พลาสติก ขนาด 12000 ลิตร จำนวน 5 แท็งก์ และ แท็งก์เก็บน้ำฝนขนาด 3000 ลิตร 1 แท็งก์ ถูกไฟ ไหม้หมด

แท็งค์น้ำพลาสติกขนาด 12000 ลิตรอีก 2 แท็งก์ได้รับความเสียหายมาก แท็งค์น้ำเหล็กขนาด 15000 ลิตร จำนวน 2 แท็งค์ และขนาด 3000 ลิตร จำนวน 3 แท็งก์ ได้รับความเสียหายจนเก็บน้ำไม่ได้

      4. เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า 1 เครื่อง

      5. แปลงสวนผักผลไม้ทั้งหมด

 

ความเสียหายด้านสิ่งก่อสร้าง ทรัพย์สิน และชีวิต จากไฟไหม้ครั้งที่ 2

  1. กุฏิพระสงฆ์ 4 หลัง (กุฏิใหญ่ รถไฟที่นอนอุบาสก เสียหายบางส่วน กุฏิอีก 8 หลัง ยังเข้าพักไม่ได้ เพราะต้นไม้ใหญ่ ขนาด 1 – 3 คนโอบ สูง 20-30 เมตร ถูกไฟเผา พร้อมจะล้มลงทุกเมื่อ)
  2. แท็งก์เก็บน้ำฝนขนาด 1000 ลิตร 15 ใบ  แท็งก์เก็บน้ำฝนขนาด 5000 ลิตร 1 ใบ เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า 2 เครื่อง
  3. อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องตัดหินทรายขนาดใหญ่ 1 เครื่อง เครื่องกลึงหินทรายขนาดใหญ่ 2 เครื่อง
  4. วัสดุสำหรับก่อสร้าง ที่เก็บไว้ในเขตเก็บของ ประกอบด้วย

4.1.               เสาไม้กลมเนื้อแข็ง เส้นผ่าศูนย์กลาง 25 – 35 ซม ยาว 6 เมตร จำนวน 20 เสา

4.2.               ขอนไม้เนื้อแข็ง รางรถไฟ ความหนา 12 ซม กว้าง 22 ซม ยาว 2.5 เมตร จำนวน 200 ท่อน

4.3.               เสาไม้เนื้อแข็ง ผ่าครึ่ง สำหรับทำรั้ว กว้าง 30 ซม ยาว 3 เมตร จำนวน 50 ท่อน

4.4.               แผ่นกระดานไม้อัด ขนาด กว้าง 12 ซม หนา 2 ซม ยาว 5 – 6 เมตร จำนวน 80-100 แผ่น

4.5.               แบบไม้สำหรับเทปูนคอนกรีตฝาผนังบ้าน กว้าง 90 ซม ยาว 3 เมตร จำนวน 20 ชิ้น

4.6.               ประตูรั้วไม้เนื้อแข็งอย่างดีขนาด สูง 1 เมตร ยาว 2.5 เมตร จำนวน 4 ประตู

4.7.               แผ่นไม้กระดานอัดปูฝาผนัง กว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.4 เมตร จำนวน 20 แผ่น

4.8.               แผ่นไม้กระดานปูพื้นบ้าน กว้าง 90 ซม ยาว 2.4 เมตร จำนวน 20 แผ่น

4.9.               ประตูกระจก หน้าต่างเลื่อน ระจก ขอบอลูมิเนียม จำนวน 20 บาน

4.10.          รถนอน ( caravan- mobile home) 1 คัน

4.11.          อุปกรณ์เครื่องครัว เตา โต๊ะ ที่วางอาหาร อ่างล้างจาน สแตนเลส จำนวน 20ชิ้นใหญ่

4.12.          ท่อน้ำพลาสติก พีวีซี เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 มม. ยาว 150 เมตร

4.13.          รางน้ำฝนเหล็ก ยาว 6 เมตร จำนวน  20 ท่อน

4.14.          สังกะสีปูหลังคา ยาว 5 เมตร จำนวน  50 แผ่น

4.15.          ห้างเหล็ก สำหรับก่อสร้างในที่สูง เสา กระดานเหล็ก ข้อต่อ ตัวยึด จำนวน 100-150 ชิ้น

4.16.          เสาหินทรายเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 ซม ยาว 2.5 เมตร หนัก 1 ตัน ฐานหินทราย เสาหินเหลี่ยม 2 ท่อน เจดีย์เล็กหินทราย ถูกไฟเผาแตก

4.17.          กระเบื้องหม่อมปูหลังคา จำนวน 2000 ชิ้น กระเบื้องปูห้องน้ำ จำนวน 1500 ชิ้น เสียหาย

4.18.          รถพ่วงลากของ ขนาด 1 ตัน 2 คัน ขนาดบรรทุก 100 กก 1 คัน

4.19.          โต๊ะเก้าอี้ 50 ชุด

4.20.          ถังแก๊สหุงต้ม ปิกนิก ขนาดเล็ก 10 ใบ

4.21.          ที่นั่งส้วมเซรามิก 5 ชิ้น อ่างล้างมือเซรามิก 10 ชิ้น

5. ป่าไม้ ต้นไม้ขนาดใหญ่ ในเขตสงฆ์ และเขตกรรมฐาน ขนาด 2-3 คนโอบ จำนวน 70 -80 ต้น ถูกเผาไหม้

6.สัตว์ป่าหลายชนิด อาทิ วอมแบท จิงโจ้ พอสสั้ม นก จำนวนมาก ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องออกมาขอผัก ผลไม้ น้ำ จากพระสงฆ์ตลอด

 กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อดูรายงาน ภาพถ่าย ไฟไหม้วัดฯ